เทคนิคการแบ่งเวลาทำข้อสอบ TOEIC Reading ให้ได้คะแนนสูง
Blog
TOEIC Tips27 มีนาคม 2569by Admin

เทคนิคการแบ่งเวลาทำข้อสอบ TOEIC Reading ให้ได้คะแนนสูง

#TOEIC Reading#Time Management#Test Strategy

เทคนิคการแบ่งเวลาทำข้อสอบ TOEIC Reading ให้ได้คะแนนสูง

การแบ่งเวลา TOEIC Reading ที่ถูกต้องคือ: Part 5 ใช้ 10-12 นาที, Part 6 ใช้ 8-10 นาที, และ Part 7 ใช้ 53-57 นาที จากเวลาทั้งหมด 75 นาที การจัดสรรเวลาอย่างเหมาะสมจะช่วยให้คุณทำข้อสอบได้ครบทุกข้อและได้คะแนนสูงขึ้น

Timeline แสดงการแบ่งเวลา TOEIC Reading 75 นาทีสำหรับ Part 5, 6 และ 7

ภาพรวมของ TOEIC Reading Section

TOEIC Reading Section เป็นส่วนที่สองของการสอบ TOEIC ซึ่งผู้สอบจะมีเวลา 75 นาที ในการทำข้อสอบทั้งหมด 100 ข้อ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก:

  • Part 5 - Incomplete Sentences: 30 ข้อ (ประโยคที่มีช่องว่าง)

  • Part 6 - Text Completion: 16 ข้อ (เติมประโยคในข้อความสั้น)

  • Part 7 - Reading Comprehension: 54 ข้อ (อ่านจับใจความ)

การจัดการเวลาในส่วนนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการได้คะแนนสูง เนื่องจากหลายคนมักไม่สามารถทำข้อสอบได้ครบทุกข้อภายในเวลาที่กำหนด

สูตรการแบ่งเวลาที่แนะนำ

นี่คือการแบ่งเวลาที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำสำหรับแต่ละ Part:

toeic-reading-time-management

Part

จำนวนข้อ

เวลาที่แนะนำ

เวลาต่อข้อ

Part 5

30 ข้อ

10-12 นาที

20-24 วินาที

Part 6

16 ข้อ

8-10 นาที

30-37 วินาที

Part 7

54 ข้อ

53-57 นาที

60 วินาที

Pro Tip: หากคุณเป็นผู้เริ่มต้น ให้เริ่มจากการฝึกทำ Part 5 ให้เร็วที่สุดก่อน เพราะเป็น Part ที่สามารถประหยัดเวลาได้มากที่สุด

การแบ่งเวลาตามระดับเป้าหมายคะแนน

การจัดสรรเวลาควรปรับตามเป้าหมายคะแนนของแต่ละคน:

เป้าหมายคะแนน

Part 5

Part 6

Part 7

กลยุทธ์

300-400

15 นาที

12 นาที

48 นาที

โฟกัสความแม่นยำมากกว่าความเร็ว

400-450

12 นาที

10 นาที

53 นาที

สมดุลระหว่างความเร็วและความแม่นยำ

450+

10 นาที

8 นาที

57 นาที

ทำ Part 5-6 ให้เร็วเพื่อเก็บเวลาให้ Part 7

กลยุทธ์เฉพาะแต่ละ Part

Part 5: Incomplete Sentences

Part 5 เป็นส่วนที่ต้องทำให้เร็วที่สุด เพื่อเก็บเวลาไว้ใช้กับ Part 7

  • เป้าหมายเวลา: 10-12 นาที (20-24 วินาทีต่อข้อ)

  • เทคนิค Quick Scan: อ่านประโยคและมองหาคำใบ้ (clues) รอบช่องว่างก่อน

  • ระบุประเภทคำถาม: Grammar, Vocabulary, หรือ Word Form

  • หากไม่แน่ใจ: เดาคำตอบแล้วผ่านไป อย่าใช้เวลานานเกิน 30 วินาที

ตัวอย่าง:

"The meeting will _____ at 3 PM."
(A) beginning (B) begin (C) begun (D) begins

สังเกตว่า "will" ตามด้วย base form ดังนั้นคำตอบคือ (B) begin

Part 6: Text Completion

Part 6 ต้องอ่านบริบทของข้อความเพื่อตอบ

  • เป้าหมายเวลา: 8-10 นาที

  • อ่านทั้งข้อความ: เพื่อเข้าใจบริบทโดยรวม

  • คำถาม Grammar: ใช้หลักการเดียวกับ Part 5

  • คำถาม Context: พิจารณาจากประโยคก่อนหน้าและหลัง

Part 7: Reading Comprehension

Part 7 เป็นส่วนที่ใช้เวลามากที่สุด และมีน้ำหนักคะแนนสูง

  • เป้าหมายเวลา: 53-57 นาที

  • Single Passages (29 ข้อ): 1-2 นาทีต่อข้อ

  • Double Passages (10 ข้อ): 3-4 นาทีต่อชุด

  • Triple Passages (15 ข้อ): 6-8 นาทีต่อชุด

เทคนิคการอ่านอย่างมีประสิทธิภาพ

ความหมายของเทคนิคการอ่าน

Time Management หมายถึง การจัดการและจัดสรรเวลาอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้สามารถทำงานได้ครบตามเป้าหมายภายในเวลาที่กำหนด

Skimming คือ เทคนิคการอ่านอย่างรวดเร็วเพื่อจับใจความหลักของเนื้อหาโดยไม่อ่านรายละเอียดทุกคำ

Scanning หมายถึง การอ่านเพื่อค้นหาข้อมูลเฉพาะเจาะจงอย่างรวดเร็วโดยข้ามข้อมูลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง

Skimming และ Scanning

Skimming: อ่านผ่านๆ เพื่อเข้าใจใจความหลัก

  • อ่านประโยคแรกและสุดท้ายของแต่ละย่อหน้า

  • มองหาคำสำคัญ (keywords) และหัวข้อย่อย

  • ใช้เวลาประมาณ 30-45 วินาที

Scanning: ค้นหาข้อมูลเฉพาะเจาะจง

  • อ่านคำถามก่อนอ่านข้อความ

  • ค้นหา keywords จากคำถามในข้อความ

  • ไม่จำเป็นต้องอ่านทุกคำ

ลำดับการทำที่แนะนำ

  1. อ่านคำถามทุกข้อก่อน (30 วินาที)

  2. Skim อ่านข้อความ เพื่อเข้าใจโครงสร้าง

  3. ตอบคำถามที่หาคำตอบได้ง่าย (คำถาม factual)

  4. กลับมาตอบคำถามที่ต้องใช้การวิเคราะห์

การฝึกฝนและเตรียมตัว

แบบฝึกหัดการจับเวลา

เพื่อพัฒนาความเร็วในการทำข้อสอบ ให้ฝึกดังนี้:

  • สัปดาห์ที่ 1-2: ฝึกแต่ละ Part แยกกัน โดยไม่จับเวลา

  • สัปดาห์ที่ 3-4: เริ่มจับเวลาแต่ละ Part ตามเป้าหมาย

  • สัปดาห์ที่ 5-6: ทำแบบทดสอบเต็มรูปแบบ 75 นาที

สำหรับแบบฝึกหัดเพิ่มเติม แนะนำให้ใช้แบบทดสอบจาก ETS อย่างเป็นทางการเพื่อความแม่นยำสูงสุด หรือโหลดไฟล์ข้อสอบ TOEIC format สอบจริงปีนี้จากเว็บ Memmoread.website/toeic-book

แนะนำ: ใช้ stopwatch หรือแอพจับเวลาที่แสดงเวลาได้ชัดเจน และฝึกในสภาพแวดล้อมที่เงียบเหมือนห้องสอบจริง

การสร้าง Time Awareness

  • ใช้นาฬิกาข้อมือ: ตั้งเป้าหมายเวลาสำหรับแต่ละ Part

  • Checkpoint เวลา: ตรวจสอบเวลาทุก 15-20 นาที

  • Practice with Pressure: ฝึกในสภาวะที่มีความกดดัน

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง

  • ใช้เวลานานเกินไปกับข้อยาก: ถ้าไม่รู้ ให้เดาและไปต่อ

  • ไม่อ่านคำถามก่อนอ่านข้อความ: จะทำให้อ่านไม่มีจุดมุ่งหมาย

  • ลืมเติม OMR: เก็บเวลา 2-3 นาทีสุดท้ายสำหรับเติม

  • เปลี่ยนคำตอบบ่อยเกินไป: การตอบแรกมักถูกกว่า

แผนการจัดการเวลาในวันสอบจริง

เวลา (นาที)

กิจกรรม

เป้าหมาย

0-12

Part 5 (30 ข้อ)

ทำให้เร็วและแม่นยำ

12-22

Part 6 (16 ข้อ)

อ่านบริบท เข้าใจข้อความ

22-73

Part 7 (54 ข้อ)

อ่านรอบคอบ วิเคราะห์

73-75

Review & เติม OMR

ตรวจสอบความสมบูรณ์

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

TOEIC Reading ควรใช้เวลาเท่าไหร่ต่อข้อ?

Part 5 ใช้ 20-24 วินาทีต่อข้อ, Part 6 ใช้ 30-37 วินาทีต่อข้อ, และ Part 7 ใช้ประมาณ 1 นาทีต่อข้อ การจับเวลาอย่างเคร่งครัดจะช่วยให้ทำได้ครบทุกข้อ

Part ไหนควรทำก่อน?

ควรทำตามลำดับ Part 5, 6, 7 ตามที่กำหนด เพราะ Part 5 ทำได้เร็วและช่วยสร้างความมั่นใจ ขณะที่ Part 7 ต้องใช้เวลาในการคิดวิเคราะห์

ถ้าเวลาไม่พอควรทำอย่างไร?

หากเหลือเวลาน้อยกว่า 10 นาทีใน Part 7 ให้เดาข้อที่ยากและโฟกัสกับข้อที่อ่านแล้วรู้คำตอบได้ชัดเจน อย่าลืมเติม OMR ให้ครบทุกข้อ

ควรกลับมาแก้คำตอบหรือไม่?

หากมีเวลาเหลือ ให้ทบทวนเฉพาะข้อที่ไม่แน่ใจ แต่อย่าเปลี่ยนคำตอบที่ตอบด้วยความมั่นใจแล้ว เพราะการตอบแรกมักจะถูกต้อง

สรุป: กุญแจสู่ความสำเร็จ

การจัดการเวลาใน TOEIC Reading Section ต้องอาศัย:

  1. การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ: เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบ

  2. การพัฒนาความเร็วในการอ่าน: โดยใช้เทคนิค Skimming และ Scanning

  3. การรู้จักวางแผนและจัดลำดับความสำคัญ: ข้อง่ายก่อน ข้อยากหลัง

  4. การควบคุมอารมณ์: ไม่ตื่นตระหนกเมื่อเจอข้อยาก

จำไว้ว่า การได้คะแนนสูงใน TOEIC ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตอบถูกทุกข้อ แต่อยู่ที่การใช้เวลาอย่างชาญฉลาดและทำข้อที่มั่นใจให้ถูกมากที่สุด